เทศน์เช้า วันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๙
พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต
ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี
ตั้งใจฟังธรรมะนะ
ทำไมต้องฟังธรรมะล่ะ
เพราะทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
ทำไมต้องทำความดีล่ะ
อ้าว! ก็ทำความดีก็เพื่อเราไง เราอยากเป็นคนดี
คนดีๆ นะ มีคนคุ้มครองดูแล
ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ นี่มันเป็นสุภาษิต แต่ถ้าตกน้ำก็จมน้ำตายทั้งนั้นน่ะ ถ้าไฟไหม้ก็นู่นน่ะโรงพยาบาล
ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ เหมือนคนเขามีน้ำใจต่อเรา เขามองแล้วเขาเมตตาธรรม เขาอยากช่วยเหลือเจือจาน
แต่มนุษย์ มนุษย์มันมีศักดิ์ศรีไง จะช่วยเหลือคน ต้องช่วยเขา อย่าให้เขาเสียเกียรติของเขา ต้องทำให้เขาไม่รู้ตัว สังคมก็ต้องไม่รู้ด้วย อย่างนั้นถึงเป็นการช่วยมนุษย์
แต่ทางโลก กล้องไม่มา ทำไม่เป็นแล้วกันแหละ ต้องกล้องมาก่อนนะ
ไร้สาระ จะทำดีทำไมต้องประกาศให้คนเขารู้ด้วย ทำความดีเพื่อตัวเองทำไม่ได้ใช่ไหม องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้อยู่โคนต้นโพธิ์พระองค์เดียว ไม่มีใครเป็นพยานอะไรทั้งสิ้น มีแต่เทวดา อินทร์ พรหมเป็นพยาน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ธรรม โลกธาตุนี้ไหวหมดๆ ชาวบ้านไม่รู้ ยังนอนอยู่สบายอยู่
นี่ไง ฟังธรรมๆ เพราะฟังธรรมแล้วถึงฟังไม่รู้เรื่องไง ถ้าฟังธรรมของเรานะ โอ้โฮ! ต้องได้โชคได้ลาภ ได้ทุกอย่างพร้อมหมด ได้โชคได้ลาภมาแล้วก็มาฆ่าแกงกันเพราะมันแบ่งไม่ลงตัวไง
ถ้าเราได้มาด้วยบุญด้วยกุศลของเรา เราเก็บของเรา ดูแลของเรา เราดูแลของเรา เพราะอะไร เพราะน้ำพักน้ำแรง เหนื่อยยากมาทั้งนั้นน่ะหาอยู่หากิน ปากกัดตีนถีบมาเพื่อดำรงชีวิต พอได้ชีวิตมาแล้ว สิ่งที่เสียสละๆ นะ
นี่ไง สิ่งที่ในพระไตรปิฎก เขาสองคนตายายมีผ้าผืนเดียว ผลัดกันออกจากบ้าน ถ้าคนหนึ่งออกไปจากบ้าน อีกคนหนึ่งออกไม่ได้ มีผ้าผืนเดียวในบ้าน ในครอบครัวมีผ้าอยู่ผืนเดียว สมัยโบราณเขาใช้ผ้านุ่งไง แล้วไปถึง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงธรรมๆ เขามีศรัทธานะ เขาจะถวาย
ตอนตั้งแต่หัวค่ำ เฮ้ย! ถวายไม่ได้หรอก กลับบ้านไปภรรยาเอาตายเลย
ก็ยังฟังเทศน์ไปๆ พอถึงเที่ยงคืนนะ ก็ยังคิดจะถวาย ถวายไม่ได้ เดี๋ยวไม่มีใช้ สุดท้ายแล้วชิตังเมๆ ที่เขาว่าชิตังเมนั่นน่ะ ชนะกิเลสไง
สุดท้ายแล้วชนะ ชนะความคิด ชนะความคิดของตัวเอง ชนะกิเลสที่มันอยู่ในหัวใจ เสียสละ แล้วนุ่งใบไม้ไง ชนะแล้วๆ เราชนะ เราชนะกับตัวเอง
มันมีกษัตริย์มานั่งฟังเทศน์อยู่ด้วย โอ้โฮ! กูรบเกือบตายไม่เคยชนะสักที ไอ้นี่มันชนะอะไรวะ
เห็นไหม คนเราวุฒิภาวะมันแตกต่างกัน คนที่ชนะความตระหนี่ถี่เหนียวในหัวใจของตน ชนะไอ้ความกังวลในหัวใจของตน
มันทำไม่ได้ มันมีผ้าผืนเดียว กลับบ้านได้อย่างไร ภรรยาเอาตาย ก็ไม่ทำ ก็ล่วงไปๆ กษัตริย์เขาปกครองคุ้มครองดูแล เขาชนะอะไรล่ะ เขาพ่ายแพ้ทั้งนั้นน่ะ มีแต่คนทุกข์คนจนมาเรียกร้อง มาเคาะระฆัง มันลำบากลำบนทั้งนั้นน่ะ ก็เลยไปถามว่า เอ็งชนะอะไรน่ะ
ชนะกิเลสในใจของตัว
โอ้โฮ! ทำไมถึงชนะล่ะ
โอ๋ย! มีผ้าผืนเดียว เสียสละไปแล้วกลับบ้าน ภรรยาเอาตาย แล้วจะออกจากบ้านอย่างไรต่อไปนี้ ไม่ได้อยู่แล้ว
โอ้โฮ! จะขอส่วนบุญอันนั้น แล้วก็เอาผ้าจากท้องพระคลังมาให้ ทุกอย่างมาให้ ให้มากมายมหาศาลเลย
นั่นก็เป็นสิ่งที่ว่าเวลาพระเทศน์ เทศน์อย่างนี้ เทศน์อย่างนี้เพราะอยากให้โยมทำบุญไง
แต่โยมทำบุญๆ ทำบุญเพราะด้วยเจตนาของตน ของที่เราหามา น้ำพักน้ำแรงทั้งนั้น แล้วถ้าเสียสละๆ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนถึงเนื้อนา เนื้อนาถ้ามันเป็นเนื้อนาที่ดีงาม เราหว่านพืชหวังผล มันก็ได้ผล ถ้าเนื้อนาที่เป็นหินดาน ดินดาน หว่านไปเถอะ ตายหมดน่ะ
คนทำบุญต้องมีสติมีปัญญา มีสติปัญญาเลือกเอา
สังคมทุกสังคมมีทั้งคนดีและคนเลว แล้วคนที่เลวๆ เขาคิดได้แค่นั้นไง สมองเขาได้แค่นั้น ปัญญาเขาได้แค่นั้นไง เขาบวชมาแล้วก็ไปนั่งเฝ้าร้านข้าวแกง รอให้เขาใส่บาตร
ไอ้เราไปบิณฑบาตนะ ด้วยลำแข้ง เคารพพระพุทธเจ้า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้อยู่โคนต้นโพธิ์ทุกข์ยากขนาดไหน แต่วิมุตติสุขๆ ได้มาด้วยอาสวักขยญาณทำลายอวิชชาในหัวใจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ปรารถนารื้อสัตว์ขนสัตว์ รื้อสัตว์ขนสัตว์ก็รื้อหัวใจของสัตว์โลกที่เป็นธรรม
ถ้าหัวใจสัตว์โลกที่เป็นธรรม มันเป็นเรื่องนามธรรมไง ชนะความคิดไง
ไอ้นี่อยากได้ของดีๆ ก็ไปพูดพยายามเผดียงให้โยมเขาเสียสละๆ
ถ้าเสียสละโดยเจตนาของเขา นั่นเป็นบุญกุศลของเขา
ไอ้เสียสละๆ ไปเผดียงๆ อยากได้มา มหาโจร
โจรมันปล้นมันต้องวางแผน แล้วมันเข้าไปปล้นในบ้านคนนะ ไอ้นี่เผดียงให้เขาเอามาให้ถึงที่ไง นั่นแหละมหาโจร องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสเองว่าไอ้พวกนี้พวกมหาโจร
ไอ้โจรธรรมดา โจรทั่วไปก็เรื่องหนึ่ง ไอ้พวกมหาโจรมันเลวร้าย มันเลวร้ายที่ไหน
คนที่เขามีสติมีปัญญาเขารู้เขาเห็น พอเขารู้เขาเห็นแล้วมันไปทำลาย ไปกัดกร่อนในหัวใจของเขา หัวใจของเขามันเป็นศรัทธา มันเป็นพระพุทธศาสนา ถ้ามันเป็นเนื้อนาที่ดีงาม ทุกคนอยากเสียสละเพื่อประโยชน์ อย่างเช่นโครงการช่วยชาติฯ เป็นหมื่นๆ ล้าน หมื่นๆ ล้านเพื่ออะไรล่ะ
หมื่นๆ ล้านเพื่อกู้ชาติ เอาผ้ากาสาวพัสตร์เป็นตัวประกันไง ว่าของที่ได้มามันต้องสะอาดบริสุทธิ์ ต้องเอามาเพื่อการกู้ชาติเท่านั้น แล้วกู้ชาติเท่านั้น แล้วคนทุกคนก็จะเข้ามามีส่วนร่วมๆ เป็นกรรมการๆ
ท่านบอกว่า เราทำคนเดียว เราเซ็นคนเดียว
ไม่ให้ใครยุ่งเลยล่ะ มันไว้ใจใครได้ มันไว้ใจใครได้ แล้วใครเป็นที่น่าไว้วางใจ
ผู้ที่ฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา กิเลสในใจ โอ้โฮ! มันร้ายกาจขนาดไหน แล้วถ้าเขายังมีกิเลสเขาอยู่ ถ้ามันสงบเงียบ มันนอนหมอบอยู่ก็ โอ้โฮ! เป็นคนดี เป็นคนดี
เดี๋ยวเถอะ เดี๋ยวอารมณ์ชั่ววูบไปหมดเลย
ถ้ากิเลสในหัวใจอยู่ ใช้ไม่ได้ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือกิเลสในใจคน กิเลสมันพลิกมันแพลง มันปลิ้นมันปล้อนทั้งนั้นน่ะ
แล้วเรามีไหม เรามีกิเลสหรือเปล่า
ร้อยเปอร์เซ็นต์เลย แต่เราโชคดีเราเกิดมาเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเวลาสอนนะ สอนถึงพญามาร สอนถึงกิเลสในหัวใจของคน แล้วกิเลสในหัวใจของคนทำให้หัวใจนั้นมันทุกข์มันยาก
แล้วเราเกิดมาเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา เป็นอริยทรัพย์แล้ว เป็นบุญแล้ว ทำไมมันทุกข์มันยากล่ะ
มันทุกข์มันยากเพราะกิเลสตัณหาความทะยานอยากไง
เราไปวัดไปวาไปทำบุญกุศล ฟังธรรมๆ ฟังธรรมก็เพื่อไตร่ตรอง ดูแล คัดแยกถูก ผิด ดีงาม ทางเดินของเราคือคุณงามความดีของเรา
แล้วเป็นคุณงามความดีของเรานะ เราทำคุณงามความดีของเรา คิดว่าเขาจะชื่นชมหรือ เขาทิ่มเขาตำทั้งนั้นน่ะ ไอ้พวกไปวัดไอ้พวกมีปัญหาทั้งนั้นน่ะ สู้กูไม่ได้ ก๊งทุกวัน สนุกครึกครื้น
เดี๋ยวมันทะเลาะกันในวงเหล้า เดี๋ยวมันฆ่ากันตาย
ไอ้เรา เห็นไหม สิ่งนั้นมันทำให้ร่างกายเสียสุขภาพ แล้วสิ้นเปลืองทรัพย์สินเงินทองอีกต่างหาก
มีศีล ๕ ศีล ๕ ไง สิ่งที่เป็นของมึนเมา สิ่งที่เป็นของยาเสพติดไม่เอาเข้าร่างกายเราทั้งสิ้น เราจะทำคุณงามความดีของเราทั้งสิ้น ทำคุณงามความดี สุขภาพร่างกายก็แข็งแรง เว้นไว้แต่คนมีกรรมนะ มันมีโรคประจำตัว
คนมีกรรมเวลาเกิดมามันพิกงพิการนั่นน่ะ เรื่องเวรกรรมของสัตว์ทั้งนั้น ทำไมบางคนอายุยืน ทำไมบางคนอายุสั้น บางคนตายอยู่ในท้องนู่นน่ะ เกิดมาอายุสั้น นี่แหละ ศีลทำให้อายุยั่งยืน ถ้าเขามีศีลมีธรรมของเขา แล้วถ้าเขาทำของเขามา กรรมของสัตว์ๆ
นี่ไง ทำไมต้องทำดีๆ ก็นี่ไง ทำดีก็อายุยืนไง ทำชั่วก็อายุสั้นไง ทั้งๆ ที่ว่าได้เกิดเป็นมนุษย์เป็นอริยทรัพย์นี่แหละ แต่ทรัพย์นี้ๆ เป็นกรรมเก่า แล้วกรรมใหม่ เราเกิดมา สว่างมาแล้วมืดไป
เกิดมา เกิดเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนาเท่านั้น มีศาสนาเดียวเท่านั้นที่เวลาชี้ถึงพญามารๆ มันอยู่ในหัวใจของคน มันไม่อยู่ที่รูปเคารพ อยู่ที่ไปอ้อนวอนขอใครทั้งสิ้น ไม่ได้ ไอ้อ้อนวอนขอนั่นน่ะ มันไปเสริมกรรมเก่ากรรมใหม่ของมันอยู่ตลอดไปไง
พระพุทธศาสนาสอน ศีล ๘ ศีล ๑๐ ศีล ๒๒๗
มีสติมีปัญญาขึ้นมา ใคร่ครวญของเรา ถ้ามีศีลมีธรรมขึ้นมาแล้วคนนั้นเป็นคนดี ศีลคุ้มครอง ธรรมะคุ้มครอง
เราอยากมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หัวใจเอ็งไม่ศักดิ์สิทธิ์ เอ็งก็ลุ่มๆ ดอนๆ ไง ถ้าหัวใจเอ็งศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น วิกฤติต่างๆ แก้ไขได้ทั้งนั้น ด้วยสติด้วยปัญญา
แล้วถ้ามีสติปัญญา ต้องมีสติที่เข้มแข็งแก่กล้า เพราะอะไร เพราะมันกระทบแล้วมันไหว พอไหวแล้วคิดอะไรไม่ออก พอไหวแล้วไปหมด อารมณ์เสียไง
ถ้าอารมณ์ดีมันยิ้มๆ นะ แก้ไขได้ทั้งนั้นน่ะ มองแล้วมันมองเลย สิ่งนี้จะมาสร้างอำนาจวาสนาบารมีให้เรา ถ้าเราแก้ไขสิ่งนี้ได้มันจะเป็นประโยชน์กับเรา พอแก้ไขได้นะ โอ้โฮ! ทางโล่งเลยนะ ทางข้างหน้าปลอดโปร่งหมดเลย ไปเป็นชั้นเป็นตอนขึ้นไป
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงว่า สีเลน สุคตึ ยนฺติ สีเลน โภคสมฺปทา
มีทั้งโภคทรัพย์ มีทั้งปกติสุข
แต่ถ้ามันไม่เป็นอย่างนั้นเพราะมันทุกข์มันยากไง แล้วกิเลสมันก็เปรียบเทียบแล้ว ทำไมเขาเป็นอย่างนั้น ทำไมเขาเป็นอย่างนั้น
อยาก อยากเป็นอย่างนั้นน่ะ
ถามจริงๆ ว่าเขามีความสุขหรือ
สุขอื่นใดเท่ากับจิตสงบไม่มี อย่าดูถูกความนิ่งอยู่ของพระอริยเจ้า พระอริยเจ้าควบคุมอารมณ์ตัวเองข้างในได้จบทั้งสิ้น เสวยอารมณ์ๆ ไม่เสวย ไม่หาความทุกข์ความยากมาใส่หัวใจของตน วิมุตติสุขๆ โอ้โฮ! วิหารธรรมมีความสุขมาก สุขอย่างนั้นสุขเกิดจากการตรากตรำ ตรากตรำทำคุณงามความดี ตรากตรำ ความเพียรชอบไง
คนเราจะล่วงพ้นทุกข์ด้วยความเพียร
เราคนร่ำรวย คนมีอำนาจวาสนา
เฮ้ย! เอ็งทำอะไรมาวะ
ความเพียรไง
มันมีที่มาที่ไปไหม เดี๋ยวกูฟ้อง ปปง. นะมึง ตรวจสอบๆ
มันต้องมีที่มาที่ไป นี่ไง คนเราจะล่วงพ้นทุกข์ด้วยความเพียร ความเพียร ความวิริยะ ความอุตสาหะ เดินจงกรม นั่งสมาธิภาวนา นักบวชๆ นักปฏิบัติ ครูบาอาจารย์เรา ๒๔ ชั่วโมง วันทั้งวัน คืนทั้งคืน เดินจงกรม นั่งสมาธิภาวนา
คนอื่นมาเห็นแล้ว “ไอ้นี่มันบ้า”
เราเคย เขาติ “วันๆ ไม่เห็นทำอะไร เห็นเดินไปเดินมา”
เดินไปเดินมานะ ถ้ากิเลสมันรุนแรงนะ มันเดินไม่ได้ มันอยู่กับที่ไม่ได้ การเดินนั้นมันจะวิ่งไปฉกชิงวิ่งราวเขา การเดินนั้นมันจะไปหาอบายมุข การเดินนั้นน่ะมันเดินไปสู่วิบากกรรม
แต่ความเพียรชอบ เดินจงกรม เดินอยู่ซ้ำที่นั่นน่ะ เดินโดยปกติสุข เดินโดยไม่ให้มันออกนอกลู่นอกทาง เดินให้มันสงบระงับเข้ามา ไม่ใช่เดินแบบโลกไง
แบบโลก มันวิ่งไปเลย มันจะวิ่งไปเที่ยวบาร์เที่ยวคลับ มันจะวิ่งไปหมดเลย เดินอย่างนั้นเอ็งก็เดินแบบโลกๆ ไง
เดินจงกรม นั่งสมาธิภาวนา เดินในทางจงกรมนั่นแหละ เพราะเดินอยู่นั่นน่ะ โอ้โฮ! ความคิดมันจะฟุ้งซ่านมาก ความคิดจะคิดไปหมดเลย โลกทั้งโลกเขามีความสุขหมดน่ะ มีเราคนเดียวขี้ทุกข์ บังคับตัวเองให้เดินอยู่นี่ โอ๋ย! คร่ำครวญเชียว
เอ็งเดินไปเถอะ เดินไปโดยมีสติปัญญาขึ้นมานะ พอมันสงบขึ้นมา เออ! คนเหมือนคนเนาะ เขาก็คน เราก็คน แต่เขาทำงานทางโลก เราทำงานทางธรรม เราเดินเพื่อความปกติสุข
เดินต่อไป พอมันสงบระงับเข้ามา โอ้โฮ! ในโลกนี้ไม่มีใครดีกว่ากูเลยล่ะ สงบสุขกูอยู่คนเดียวล่ะ
ปัจจัตตัง สันทิฏฐิโก
ถ้ามันทำ คนเราจะล่วงพ้นทุกข์ด้วยความเพียร ความวิริยะ ความอุตสาหะ
การเดิน เดินด้วยกิริยาของร่างกายและจิตใจ จิตใจมันปรารถนา มีเจตนา มันถึงได้เดิน เดินด้วยกิริยา ด้วยย่างก้าวของร่างกาย พอมันมีความสงบสุขของมัน เวลาย่างก้าวไป มันย่างก้าวไปโดยธรรมชาติ ปั๊บๆๆๆ แต่หัวใจไม่เกี่ยว มันสงบเข้ามาแล้ว โลกทั้งโลกยอดเยี่ยมอยู่ที่ใจดวงนี้ไง พุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานไง
แล้วพระพุทธศาสนาไง คนเราเกิดมามีกายกับใจๆ คนมีหัวใจทั้งนั้น องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรารถนารื้อสัตว์ขนสัตว์ก็รื้อหัวใจของสัตว์โลก หัวใจของสัตว์โลกที่มันฉลาด มันรู้จักเท่าทันกิเลสในใจของตน แล้วฝึกหัดประพฤติปฏิบัติ กิเลสสงบตัวลงถึงเป็นสัมมาสมาธิ
แต่ในปัจจุบันนี้คนปฏิบัติ กิเลสมันไม่สงบตัวลง กิเลสมันปลิ้นมันปล้อน มันบังเงา ว่างๆ ว่างๆ
ว่างๆ คืออารมณ์ ธาตุรู้ อารมณ์คือสิ่งที่ถูกรู้ อารมณ์ที่มันคิดออกไปข้างนอกมันคิดไปร้อยแปด แต่มันบอกมันเป็นชาวพุทธ เป็นนักปฏิบัติขึ้นมา ปฏิบัติอะไรก็ได้มัน ว่างๆ ว่างๆ ว่างๆ
นั่งหลับนั่นล่ะ หลับตื่นขึ้นมา หลับสบายเลย โอ้โฮ! วันนี้ภาวนาดี๊ดี ว่างหมดเลย
น้ำลายไหลยืดยังไม่รู้ตัวนั่นน่ะ มันไม่ปัจจัตตัง ไม่สันทิฏฐิโก มันไม่ซื่อสัตย์ไง
ปัจจัตตัง สันทิฏฐิโกมันต้องซื่อสัตย์สุจริตกับตน ถ้ามันซื่อสัตย์คือความสัจจะ ต้องมีอำนาจวาสนาไง ถ้ามีอำนาจวาสนาของมันนะ มันจะซื่อสัตย์สุจริตของมัน มันหลับหรือมันเป็นสมาธิวะเนี่ย มันว่างๆ ว่างๆ
ว่างๆ ว่างๆ อีกกี่ร้อยปีมันก็แค่ว่างๆ ไง ทำสมาธิถ้ามันจิตสงบนะ มันมีพลังงาน มันมีกำลัง ไม่อย่างนั้นถ้าเป็นฌานสมาบัติทางโลกไง ทำไมเขาเหาะเหินเดินฟ้าได้ล่ะ จิตนี้ทำให้ร่างกายนี้เบาเหมือนปุยนุ่นได้เลยนะ
นี่เป็นเรื่องโลกๆ นะ อย่าไปสนใจมันนะ พูดแล้วเดี๋ยวจะติด เขาไม่เอา พระกรรมฐานเรื่องนี้เขากลัวมาก กลัวว่าจิตมันไปได้สัมผัสสิ่งใดแล้วมันจะติด มันจะหลง
ฉะนั้น ถ้ากิเลสมันสงบตัวลง ขณิกสมาธิ อุปจารสมาธิ มันสงบเข้ามาๆ มันมหัศจรรย์ในในใจของมันนะ มันเบาไปหมด มันมีสติปัญญารู้รอบ ไม่ใช่มันเบาไปหมดแล้วมันจะพาเหาะ
หลวงปู่เจี๊ยะไง เราอยู่กับหลวงปู่เจี๊ยะนะ เวลาท่านเดินจงกรมตัวมันเบาน่ะ ท่านบอกนะ มันเหมือนจะเหาะเลยนะ มันเหมือนจะเหาะ
แต่คนมันก็อยากใช่ไหม ท่านบอกเวลาเดินจงกรม “เหาะ เหาะ”
ท่านสั่งให้ท่านเหาะ มันไม่เหาะ ท่านบอกมันไม่เหาะ อารมณ์มันได้ แต่มันไม่ใช่วาสนาของตัว
ถ้าวาสนาของตัว เวลาอย่างนี้ตั้งสัจจะไว้เลย แล้วเข้าสมาธิ ปุ๊บ ไปเลย จะไปไหน
นี่พูดถึงอภิญญา เรื่องทางโลก ที่ไหนก็มี เขาก็ทำกันได้ นอกศาสนาก็มีทั้งนั้นน่ะ แต่พระพุทธศาสนาปฏิเสธนะ เพราะมันทำให้คนนั้นหลงใหล มันทำให้คนนั้น
เราจะไปทางที่ดี เราเกิดมาเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา มีอำนาจวาสนาฝึกหัดปฏิบัติ ศีล สมาธิ ปัญญา มรรค ๘ เข้าสู่ทางสายกลางในพระพุทธศาสนา เพื่อจะไปเห็นหน้ากิเลส ไปชี้หน้ากิเลส แล้วลากกิเลสมาพิจารณา
แล้วพิจารณากัน เวลามันปล่อยมันวางเป็นชั้นเป็นตอนขึ้นไปนะ นั่นชั่วคราวๆ ใช้ไม่ได้ ต้องมีสติปัญญามากขึ้นกว่านั้น เวลาทำไปถึงที่สุดมันมรรคสามัคคีรวมตัว สมุจเฉทปหาน นิโรธๆ นิโรธคือดับทุกข์
เอ็งทุกข์ เอ็งไม่รู้ว่าเอ็งดับอย่างไรหรือ เอ็งทุกข์ เอ็งไม่รู้ว่าขาดเป็นอย่างไรหรือ
นี่ไง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้อยู่โคนต้นโพธิ์ ใครเป็นพยาน
สันทิฏฐิโก ความจริงมันเป็นพยาน
แต่นี่ปฏิบัติกันเกือบเป็นเกือบตาย บรรลุธรรม ไม่รู้อะไรเลย บรรลุธรรม
บรรลุธรรมต้องเป็นแบบองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อริยสัจชัดเจน แล้วอธิบายอบรมบ่มเพาะ รื้อสัตว์ขนสัตว์ได้
หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านปฏิบัติของท่าน ท่านมีความจริงในหัวใจของท่าน ท่านถึงได้แก้ไขไอ้พวกที่เยี่ยมๆ เยี่ยมๆ เหาะเหินเดินฟ้ามา ท่านกระทืบหมดล่ะ ไอ้นั่นน่ะมันจะพาให้มึงไปตาย ทางสายกลางในพระพุทธศาสนาในหัวใจของพุทธะที่มันตื่นขึ้นมาแล้ว ทำไมเอ็งไม่แก้ไข ถ้ามันแก้ไขตรงนี้ ถ้ามันย้อนกลับมาเห็นความผิดของตน เห็นไหม
ทำดีและทำชั่ว
ทำไมต้องทำดี
ทำดี ทำดีเป็นนิสัย เห็นอะไรที่ผิดพลาดแล้วตรวจสอบ ไม่ไว้วางใจ
ทำดีๆ ถ้าเป็นความดี ความดีก็ไม่เห่อเหิม ไม่ทะเยอทะยาน ไม่อวดใครทั้งสิ้น ความดีๆ ความดีก็เพื่อหัวใจของตน ความดีๆ ก็เพื่อความหลุดพ้น พ้นจากทุกข์ในใจของตน ไม่ใช่ความดีไปเห่อเหิมทะเยอทะยาน โชว์เขา กิเลสล้วนๆ
กิเลสในหัวใจของมนุษย์น่ากลัวที่สุด เอวัง